เฝ้าระวัง ไรแดงแอฟริกัน ในพืชตระกูลส้ม

หมวดหมู่: บทความชีวภัณฑ์

ปัญหาไรแดงแอฟริกันในพืชตระกูลส้มและวิธีป้องกัน

 

 

ไรแดงแอฟริกัน (African Red Mites หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Eutetranychus Africanus) เป็นหนึ่งในศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายอย่างมากให้แก่พืชตระกูลส้ม เช่น มะนาว ส้มโอ และส้มเขียวหวาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มีอากาศร้อนและความชื้นต่ำ ไรแดงสามารถดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบและผล ส่งผลให้ใบซีด ผลเสียหาย และลดคุณภาพผลผลิตอย่างชัดเจน ดังนั้น การเฝ้าระวังและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาผลผลิตให้มีคุณภาพ

 

ไรแดงแอฟริกัน คืออะไร ?

ไรแดงแอฟริกัน เป็นศัตรูพืชที่มีขนาดเล็ก แต่สร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อพืชตระกูลส้ม ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของไรแดงจะเกาะตามใบและผล ดูดกินน้ำเลี้ยงและทำให้เกิดความเสียหาย ตั้งแต่ใบซีดจนถึงผลร่วง

 

ลักษณะการทำลายของไรแดงแอฟริกัน

  • การดูดกินน้ำเลี้ยง : ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของไรแดงแอฟริกันจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบและผล ทำให้ใบเริ่มซีดเหลือง สูญเสียคลอโรฟิลล์ และสังเคราะห์แสงได้ลดลง
  • ความเสียหายต่อใบและผล : ใบเกิดรอยจุดซีดเล็ก ๆ กระจายตัว ผลมีร่องรอยหยาบกร้าน ซึ่งลดคุณภาพผลผลิตและความสวยงาม
  • ใบและผลร่วงก่อนกำหนด : การระบาดที่รุนแรงทำให้ใบและผลร่วง ส่งผลให้ต้นพืชอ่อนแอและผลผลิตลดลง

 

ฤดูกาลระบาด

ไรแดงแอฟริกันมักระบาดในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง อากาศแห้งแล้งและมีลมพัดแรง พบมากที่สุดในเดือนธันวาคมและมกราคม จากนั้นจะค่อย ๆ ลดลง แต่สามารถระบาดเพิ่มในเดือนมีนาคม-เมษายน ช่วงที่แล้งจัด โดยจะพบระบาดน้อยในฤดูฝนที่มีฝนตกชุก

ปัจจัยที่กระตุ้นการระบาด

  • อากาศร้อนและแห้ง
  • ความชื้นต่ำในแปลงเพาะปลูก
  • การปลูกพืชตระกูลส้มในพื้นที่แออัด
  • การขาดการดูแลและไม่ได้ตรวจสอบแปลงอย่างสม่ำเสมอ

 

แนวทางป้องกันและวิธีกำจัดไรแดงแอฟริกัน

1. การสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ

ในช่วงฤดูแล้งหรือช่วงที่ฝนทิ้งช่วง เกษตรกรควรหมั่นตรวจสอบแปลงปลูกพืช เพื่อสังเกตสัญญาณการระบาดของไรแดงแอฟริกัน เช่น จุดซีดบนใบ หรือการลดลงของความเขียวขจีของต้น

 

2. การพ่นสารป้องกันเมื่อพืชแตกยอดใหม่

เมื่อพืชเริ่มแตกใบอ่อน ยอดอ่อน ตุ่มตาใบ ตุ่มตาดอก หรือช่อดอก ควรใช้ “เมตาไลต์” อัตรา 100 กรัม ผสมกับสารจับใบ “ไซล็อค” 3-5 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ก่อนการพ่นควรรักษาความชื้นในแปลงให้อยู่ที่ประมาณ 60-65% และพ่นในช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อน โดยพ่นซ้ำทุก 5-7 วันเพื่อประสิทธิภาพที่ดี

 

3. กรณีพบการระบาดของไรแดง

หากพบการระบาดของไรแดงแอฟริกัน ควรใช้ “เมตาไลต์” เพื่อลดการดื้อยาของแมลง โดยผสมร่วมกับสารเคมีหรือใช้สลับกับการพ่นสารเคมีที่หน่วยงานราชการแนะนำ เช่น โพรพาร์ไกต์ 30% WP, อะมิทราซ 20% หรือเฮกซีไทอะซอกซ์ 1.8 % EC ในกรณีที่การระบาดยังคงรุนแรง ให้พ่นสารกำจัดซ้ำอีก 1 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างจากการพ่นครั้งแรก 5 วัน

 

ข้อควรระวัง

  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดไรแดงในกลุ่มเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากและถุงมือ ระหว่างการพ่นสาร
  • หลีกเลี่ยงการพ่นใกล้แหล่งน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

ดูแลพืชตระกูลส้มให้ห่างไกลไรแดงแอฟริกันด้วยเมตาไลต์จาก TAB Innovation

หากคุณเป็นเกษตรกรที่ประสบปัญหาไรแดงแอฟริกัน (African Red Mites) ที่คุกคามพืชตระกูลส้มของคุณ TAB Innovation ขอนำเสนอผลิตภัณฑ์เมตาไลต์ (ชีวภัณฑ์ เมทาไรเซียม แอนนิโซเพลีย สายพันธุ์ เอฟเอ็ม-101) ซึ่งมีประโยชน์ในการกำจัดไรแดงได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน ช่วยรักษาคุณภาพผลผลิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เลือกใช้เมตาไลต์ (ชีวภัณฑ์ เมทาไรเซียม) จาก TAB Innovation เพื่อจบปัญหาเพลี้ยไฟและไรแดงและด้วยการกำจัดอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสนับสนุนการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพสูง ติดต่อเราวันนี้เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและเริ่มต้นการปลูกพืชที่มั่นคงด้วยผลิตภัณฑ์ของเรา

03 กุมภาพันธ์ 2568

ผู้ชม 67 ครั้ง

Engine by shopup.com