คาริสคืออะไร ช่วยพืชทนแล้งได้อย่างไร
คาริสคืออะไร ช่วยพืชทนแล้งได้อย่างไร

คาริสคืออะไร ช่วยพืชทนแล้งได้อย่างไร
ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน ฝนทิ้งช่วงบ่อยขึ้น และดินหลายพื้นที่เก็บน้ำได้น้อยลง คำถามสำคัญของเกษตรกรคือ “ทำอย่างไรให้พืชอยู่รอดและฟื้นตัวได้ดีในช่วงแล้ง”
หนึ่งในสารชีวภาพที่กำลังได้รับความสนใจคือ γ-polyglutamic acid หรือ γ-PGA ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพที่จุลินทรีย์บางชนิดสร้างขึ้นตามธรรมชาติ ประกอบจากกรดกลูตามิกต่อกันเป็นสายยาว ในโครงสร้างมีหมู่คาร์บอกซิลจำนวนมาก ทำให้มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ จึงสามารถจับกับน้ำและไอออนของธาตุอาหารได้ดี ย่อยสลายได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีศักยภาพในการช่วยปรับปรุงดิน โดยเฉพาะดินทรายหรือดินเบาที่มักสูญเสียน้ำและธาตุอาหารได้ง่าย งานวิจัยของ Skalski et al. (2024) ได้ศึกษาบทบาทของ γ-PGA ต่อดินทรายและพืชที่เผชิญความเครียดจากแล้ง และพบว่า γ-PGA ไม่ได้เป็นเพียงสารช่วยอุ้มน้ำหรือเก็บน้ำไว้ในดินเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น biostimulant หรือสารกระตุ้นการทำงานของพืช ช่วยให้พืชจัดการกับความเครียดจากแล้งได้ดีขึ้น ผ่านการเพิ่มความพร้อมใช้ของธาตุอาหาร การกระตุ้นการเจริญของราก และการช่วยให้พืชฟื้นตัวหลังเจอภาวะขาดน้ำได้อีกด้วย
งานวิจัย Skalski et al. (2024) ได้ทำการทดลองในทุ่งหญ้าบนดินร่วนปนทรายในประเทศโปแลนด์ โดยดินในพื้นที่ทดลองมีทรายสูงถึง 81% ตะกอนทรายแป้ง 16% และดินเหนียว 3% ดินมีความเป็นกรดสูงและมีธาตุอาหารค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นลักษณะของดินที่เสี่ยงต่อปัญหาแล้งและการสูญเสียธาตุอาหารได้ง่าย การทดลองแบ่งออกเป็น 3 ระบบการให้น้ำ ได้แก่ ไม่ให้น้ำ ให้น้ำทุกสัปดาห์ และให้น้ำรายเดือน

จากนั้นใช้ γ-PGA ใน 4 ระดับ คือ 0%, 0.3%, 1% และ 2% (ความเข้มข้น γ-PGA 5%) เพื่อดูผลต่อดินและลักษณะการเจริญของพืช เช่น ความยาวราก ชีวมวลเหนือดิน ความสามารถในการแตกยอดใหม่ และการฟื้นตัวของพืชใบเลี้ยงคู่ γ-PGA ช่วยให้ดินมีธาตุอาหารพร้อมใช้มากขึ้น โดยช่วยเพิ่มความพร้อมใช้ของธาตุอาหารหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม สังกะสี แมงกานีส เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม รวมถึงไนโตรเจนในรูปแอมโมเนียมและไนเตรต ซึ่งเป็นรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ เนื่องจากในช่วงแล้ง พืชไม่ได้เจอปัญหาแค่ “ขาดน้ำ” แต่ยังมีปัญหาเรื่องการดูดธาตุอาหารลดลงด้วย เพราะน้ำเป็นตัวกลางสำคัญในการเคลื่อนย้ายธาตุอาหารในดิน เมื่อ γ-PGA ช่วยให้ธาตุอาหารอยู่ในรูปที่พร้อมใช้มากขึ้น พืชจึงมีโอกาสดูดกินธาตุอาหารได้ดีขึ้น แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเครียดจากแล้ง
อีกหนึ่งผลที่น่าสนใจคือ γ-PGA ช่วยส่งเสริมการยืดยาวของรากพืช โดยเฉพาะในอัตรา 0.3% และ 1% ซึ่งเป็นอัตราต่ำถึงปานกลาง รากเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดของพืชในช่วงแล้ง เพราะรากทำหน้าที่ค้นหาน้ำและธาตุอาหารจากดิน หากรากแข็งแรงและยาวขึ้น พืชจะมีพื้นที่ในการดูดน้ำและธาตุอาหารมากขึ้น ส่งผลให้พืชมีโอกาสรอดจากสภาพแล้งได้ดีขึ้น และฟื้นตัวหลังผ่านช่วงเครียดได้เร็วขึ้น
แล้วคาริสช่วยพืชทนแล้งได้อย่างไร?
- ช่วยอุ้มน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณราก มีโครงสร้างที่จับน้ำได้ดี จึงช่วยให้บริเวณรากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมขึ้นในช่วงดินแห้ง
- ช่วยให้ธาตุอาหารอยู่ในรูปที่พืชใช้ได้ดีขึ้น สามารถจับกับไอออนของธาตุอาหารหลายชนิด ทำให้ธาตุอาหารเคลื่อนที่และพร้อมให้พืชดูดใช้ได้ดีขึ้น
- ช่วยส่งเสริมการพัฒนาของระบบราก รากที่ยาวและแข็งแรงช่วยให้พืชเข้าถึงน้ำและธาตุอาหารในดินได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการอยู่รอดในช่วงแล้ง
- ช่วยให้พืชฟื้นตัวหลังความเครียดได้ดีขึ้นช่วยเพิ่มชีวมวลเหนือดิน การแตกยอดใหม่ และการฟื้นตัวของพืชหลังเผชิญความเครียดจากแล้ง
- ช่วยบรรเทาผลกระทบจากดินเค็ม โลหะหนัก และความแห้งแล้ง
- ส่งเสริมจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ช่วยให้จุลินทรีย์อยู่รอดในดินได้นานขึ้น
- ใช้ร่วมกับชีวภัณฑ์-สารเคมี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการสูญเสียจากการชะล้าง กระจายสมํ่าเสมอบนใบ ทําให้ติดอยู่บนผิวใบได้นาน

อย่างไรก็ตาม คาริสหรือ γ-PGA ไม่ใช่สารที่ใช้แทนน้ำหรือแทนปุ๋ย แต่เป็นตัวช่วยเสริมระบบดินและราก เพื่อให้พืชใช้ประโยชน์จากน้ำและธาตุอาหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้พืชรับมือกับแล้งได้ดีขึ้น การใช้ γ-PGA ควรใช้ “อัตราที่เหมาะสม” มากกว่า “ใส่มากยิ่งดี”
อัตราการใช้
- พ่นทางดิน/ราดโคน/ให้ทางระบบน้ำหยด : 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
- ผสมปุ๋ยเม็ด/ปุ๋ยผง : 10 ซีซี ต่อปุ๋ย 1 กิโลกรัม
- พ่นทางใบ: ฉีดพ่นเดี่ยวๆ หรือใช้แทนสารจับใบ 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

หนึ่งฤทัย ไหมพรหม
เอกสารอ้างอิง
Skalski, T., Zając, E., Jędrszczyk, E., et al. (2024). Effects of γ-polyglutamic acid on grassland sandy soil properties and plant functional traits exposed to drought stress. Scientific Reports, 14, 3769. https://doi.org/10.1038/s41598-024-54459-1
15 กรกฎาคม 2569
ผู้ชม 116 ครั้ง