โรคเน่าเละในพืชตระกูลกะหล่ำ

หมวดหมู่: บทความชีวภัณฑ์

โรคเน่าเละในพืชตระกูลกะหล่ำ
โรคเน่าเละ (Bacterial Soft Rot) เป็นโรคสำคัญที่พบในพืชตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี คะน้า ผักกาดขาว กะหล่ำดอก และบรอกโคลี เป็นต้น โดยมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Pectobacterium carotovorum subsp. carotovorum ซึ่งสามารถเข้าทำลายพืชได้ในทุกระยะการเจริญเติบโต เชื้อแบคทีเรียมักเข้าทำลายผ่านบาดแผล หรือรอยแตกของพืช

ลักษณะอาการของโรค
อาการเริ่มแรกจะพบแผลมีลักษณะเป็นจุดฉ่ำน้ำเล็ก ๆ บนใบหรือบริเวณลำต้น ต่อมาแผลจะขยายลุกลามมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้ม เนื้อเยื่อพืชบริเวณแผลจะยุบตัวลง มีเมือกเยิ้มออกมา ส่งกลิ่นเหม็น หลังจากนั้นพืชจะเน่ายุบตายไปทั้งต้น โรคนี้มักระบาดรุนแรงในช่วงฤดูฝนหรือในสภาพที่มีความชื้นสูง


แนวทางในการป้องกันกำจัดโรค
1. ไม่ควรปลูกพืชแน่นเกินไป เพื่อไม่ให้มีความชื้นสูง
2. หมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นที่เป็นโรคให้ขุดหรือต้นมาทำลายนอกแปลง
3. ปลูกพืชหมุนเวียนในแปลงที่มีการระบาดของโรค
4. ดูแลพืชไม่ให้ขาดธาตุแคลเซียมและโบรอน เพราะจะทำให้พืช เกิดแผลจากอาการปลายใบไหม้และไส้กลวง ทำให้เชื้อสาเหตุเข้าทำลายได้ง่าย
5. ในบริเวณที่พบโรค ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่น ฝอย เนื่องจากจะทำให้เชื้อสาเหตุโรคกระจายไปสู่ต้นข้างเคียงได้
6. การใช้ชีวภัณฑ์ในป้องกันโรค เจน-แบค (บาซิลลัส ซับทิลิส สายพันธุ์ บีเอ็ม-01) อัตรา 100 กรัม หรืออัตรา 500 กรัมต่อไร่ ร่วมกับ คาริส อัตรา 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นลงดินและบนต้น ทุก 5-7 วัน เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคในโรคในดินและลำต้น

 


ที่มา: กลุ่มส่งเสริมการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร

03 กรกฎาคม 2569

ผู้ชม 327 ครั้ง

Engine by shopup.com